HOW TO VOLLEY LIKE THE PROS (Eng/Thai)
CREATING A SOLID SURFACE
![]() |
| Locking the wrist and creating a 90-degree angle between your arm and the shaft of the racquet |
UNDERSPIN CONTROL
![]() |
| Knuckles facing upwards for The Backhand Volley |
![]() |
| Palm facing up for the Forehand Volley |
USE YOUR ELBOW TO CREATE PENETRATION AT THE OTHER END
ศิลปะแห่งการเล่นหน้าเน็ต
ศิลปะแห่งการเล่นหน้าเน็ตแทบจะหายไปจากวงการเทนนิสแล้ว สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน
ปัจจุบันผู้เล่นตีลูกจากท้ายคอร์ตได้ดีขึ้นมาก ทั้งในเรื่องพละกำลัง สปิน และความแม่นยำ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นที่ขึ้นมาเล่นหน้าเน็ตต้องเผชิญกับแรงกดดันมากกว่าเดิม นอกจากนี้ สนามเทนนิสในปัจจุบันก็มีความแตกต่างกันน้อยลง สนามที่เคยเร็วก็ถูกปรับให้ช้าลง ขณะที่สนามแบบดั้งเดิมที่ช้ากว่า เช่น คอร์ตดิน ก็เล่นได้เร็วขึ้น เนื่องจากประเภทของลูกเทนนิสที่นำมาใช้
เรื่องนี้เห็นได้อย่างชัดเจนจากการแข่งขันที่วิมเบิลดันและเฟรนช์โอเพ่น สนามหญ้าที่วิมเบิลดันถูกปรับให้ช้าลง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการโต้กันที่ยาวนานขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเฟรนช์โอเพ่นกลับทำในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อกำจัดการโต้ที่ยาวนานและน่าเบื่อ พวกเขาจึงนำลูกเทนนิสที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้เล่นที่ชอบเปิดเกมรุกเข้ามาใช้
ผู้เล่นประเภทคู่ในยุคปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนแปลงจากเทคนิคการวอลเลย์แบบดั้งเดิมเช่นกัน เมื่อมีโอกาสพุ่งตัดลูกที่หน้าเน็ตในการเล่นประเภทคู่ คุณมีอิสระที่จะใช้วงสวิงที่เต็มขึ้น เพราะคุณอยู่ใกล้เน็ตมาก นี่เป็นตำแหน่งที่มีความได้เปรียบในการรุกอย่างมาก
แต่ในประเภทเดี่ยวสถานการณ์แตกต่างออกไป เพราะคุณต้องเคลื่อนที่ขึ้นมาหาเน็ตจากบริเวณที่ลึกกว่าในคอร์ต และสิ่งนี้ทำให้เกิดความแตกต่างสำคัญหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้แนวทางการวอลเลย์ที่แตกต่างจากประเภทคู่
บ่อยครั้งที่วอลเลย์แรกในการเล่นประเภทเดี่ยวจะเกิดขึ้นจากบริเวณลึกของคอร์ต โดยส่วนใหญ่อยู่แถวเส้นเสิร์ฟ จุดสัมผัสลูกก็อาจอยู่ค่อนข้างต่ำ ต่ำกว่าระดับแถบเน็ตเสียอีก เมื่อคุณวอลเลย์จากเส้นเสิร์ฟในขณะที่ลูกอยู่ต่ำ แนวโน้มคือคุณจะ “ชิปลูก” ทำให้ลูกกระดอนสูงขึ้นอีกฝั่งของเน็ต ซึ่งเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้พยายามตีลูกผ่านตัวคุณได้
การขึ้นมาเล่นหน้าเน็ตในประเภทเดี่ยวจึงยากกว่ามาก และต้องอาศัยเทคนิคที่ดีกว่ามาก
ต่อไปนี้คือ 3 ประเด็นสำคัญ ที่ผมเน้นย้ำเมื่อสอนเรื่องวอลเลย์…
สร้างพื้นผิวที่มั่นคง
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวอลเลย์คือ ลูกบอลต้องกระเด้งออกจากหน้าไม้ที่มั่นคง การดีดกลับจากพื้นผิวที่แข็งแรงและมั่นคงจะช่วยให้คุณตีวอลเลย์ได้โดยใช้วงสวิงและการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด
จำไว้ว่า เรากำลังสร้างเทคนิคการวอลเลย์ที่สามารถใช้ได้ในระดับสูงสุด และใช้ได้ในทุกสถานการณ์
ในการสร้างพื้นผิวที่มั่นคง ให้ล็อกข้อมือในตำแหน่งตามที่แสดงในภาพ วิธีนี้จะทำให้ข้อมือและแขนทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
ล็อกข้อมือและสร้างมุม 90 องศาระหว่างแขนกับก้านไม้เทนนิส
จากนั้น เมื่อลูกบอลพุ่งเข้ากระทบหัวไม้ ลูกจะดีดกลับออกจากเอ็นอย่างมีพลัง โดยใช้แรงเพียงเล็กน้อย
ควบคุมด้วยอันเดอร์สปิน
ตอนนี้เราได้สร้างแรงดีดกลับที่แข็งแรงจากหน้าไม้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้าง อันเดอร์สปิน (Underspin) เพื่อควบคุมลูก
สปินเป็นเครื่องมือที่ช่วยควบคุมวิถีการลอยของลูก และในการวอลเลย์ เราจะสร้างสปินเพื่อควบคุมลูกด้วยอันเดอร์สปิน
เราไม่สามารถสร้างอันเดอร์สปินด้วยการใช้ข้อมือ เพราะข้อมือของเราถูก “ล็อก” เอาไว้แล้ว แต่เราสามารถสร้างอันเดอร์สปินได้ด้วยการเปิดหน้าไม้เข้าหาลูก
ในการทำให้หน้าไม้เปิดทั้งในโฟร์แฮนด์และแบ็กแฮนด์ เพียงแค่หมุนข้อมือในจังหวะเตรียมตัวก่อนสัมผัสลูก การหมุนข้อมือนี้จะไม่ทำลายการล็อกข้อมือ แต่จะทำให้หน้าไม้เปิดในมุมที่จำเป็นสำหรับการสร้างอันเดอร์สปิน
หลังมือหงายขึ้นสำหรับแบ็กแฮนด์วอลเลย์
ฝ่ามือหงายขึ้นสำหรับโฟร์แฮนด์วอลเลย์
ใช้ข้อศอกเพื่อสร้างความลึกและความหนักของลูกไปยังอีกฝั่ง
ในการวอลเลย์ บางครั้งคุณเพียงแค่ปล่อยให้ลูกกระเด้งออกจากหน้าไม้ โดยไม่จำเป็นต้องเติมอะไรเข้าไปอีก
แต่ก็มีบางจังหวะที่คุณจำเป็นต้องเพิ่มพลังให้กับวอลเลย์ และต้องการให้ลูกพุ่งลึกและหนักไปยังอีกฝั่งของคอร์ต
เพื่อทำเช่นนั้น เราจะใช้การเคลื่อนหัวไม้ผ่านลูกด้วยการ เหยียดข้อศอก การเหยียดข้อศอกเพียงเล็กน้อยนี้ หากทำได้ถูกจังหวะ จะช่วยเพิ่มความเร็วให้กับวอลเลย์ได้อย่างมาก โดยไม่ทำลายการล็อกข้อมือ
เคล็ดลับทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้คุณสร้างวอลเลย์ที่สามารถใช้งานได้ในทุกความเร็ว และในทุกสถานการณ์บนคอร์ต





Comments
Post a Comment